มหัศจรรย์...ยุโรปตะวันออก เยอรมัน ออสเตรีย เช็ค สโลวาเกีย ฮังการี 8 วัน 6 คืน โดยสายการบินเอมิเรตต์ Emirate Airline (EK)

  • ทัวร์ : Austria [ ออสเตรีย ]
  • เที่ยวเมือง : Munich (มิวนิค) Bratislava (บราติสลาวา) Budapest (บูดาเปสต์) Vienna (เวียนนา) Cesky Krumlov (เซสกี ครุมลอฟ)
  • สายการบิน : Emirates
  • โดย : เบสท์อินโดไชน่า - 11/07437
  • 01055******87
  • รหัสโปรแกรม : T4672
  • Code : QQBT-EUR32_EK
  • ประเภททัวร์ : ทัวร์ต่างประเทศ
  • ระยะเวลา : 8 วัน 6 คืน
ราคาเริ่มต้นที่
ไฮไลท์ทัวร์ Highlight
สนามฟุตบอลอัลลิอันซ์ อารีน่า • ชวานเกา • ปราสาทนอยชวานสไตน์ พระราชวังและสวนมิราเบล • จัตุรัสเรสซิเดนซ์ ชสกี้ครุมลอฟ • ปราก • สะพานชาร์ล มหาวิหารเซ็นท์สตี เฟ่น • ล่องเรือแม่น้าดานูบพร้อมแชมเปญ พระราชวังและสวนเชินน์บรุน
ระยะเวลาเดินทาง
ราคาเริ่มต้น
สถานะ
16 ก.พ. 2566 - 23 ก.พ. 2566
79,999
รายละเอียดการจอง
จำนวนการจอง
ราคารวม (บาท)
ผู้ใหญ่ (พักเดี่ยว)
0
ผู้ใหญ่ (พักคู่)
0
ผู้ใหญ่ (พัก 3 คน)
0
เด็ก (เสริมเตียง)
0
เด็ก (ไม่เสริมเตียง)
0
07 มี.ค. 2566 - 14 มี.ค. 2566
77,999
รายละเอียดการจอง
จำนวนการจอง
ราคารวม (บาท)
ผู้ใหญ่ (พักเดี่ยว)
0
ผู้ใหญ่ (พักคู่)
0
ผู้ใหญ่ (พัก 3 คน)
0
เด็ก (เสริมเตียง)
0
เด็ก (ไม่เสริมเตียง)
0
10 เม.ย. 2566 - 17 เม.ย. 2566
89,999
รายละเอียดการจอง
จำนวนการจอง
ราคารวม (บาท)
ผู้ใหญ่ (พักเดี่ยว)
0
ผู้ใหญ่ (พักคู่)
0
ผู้ใหญ่ (พัก 3 คน)
0
เด็ก (เสริมเตียง)
0
เด็ก (ไม่เสริมเตียง)
0
13 พ.ค. 2566 - 20 พ.ค. 2566
79,999
รายละเอียดการจอง
จำนวนการจอง
ราคารวม (บาท)
ผู้ใหญ่ (พักเดี่ยว)
0
ผู้ใหญ่ (พักคู่)
0
ผู้ใหญ่ (พัก 3 คน)
0
เด็ก (เสริมเตียง)
0
เด็ก (ไม่เสริมเตียง)
0
รายละเอียดโปรแกรม
วันที่ 1

สนามบินสุวรรณภูมิ • สนามบินดูไบ • มิวนิค

06.00 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 ROW T เคาน์เตอร์ สายการบินเอมิเรตต์ Emirate Airline (EK) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการเช็คอินให้แก่ทุกท่าน
09.30 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 375 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
13.15 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง)
15.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี โดยเที่ยวบินที่ EK 51
19.35 น. เดินทางถึง สนามบินมิวนิค ประเทศเยอรมนี นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชม. และ 6 ชม. ในฤดูหนาว) ที่พัก Mercure Hotel Muenchen Ost Messe หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)
วันที่ 2

มิวนิค (เยอรมนี) • สนามฟุตบอลอัลลิอันซ์ อารีน่า • ชวานเกา • ปราสาทนอยชวานสไตน์ • ฟุสเซ่น • มิวนิค • จัตุรัสมาเรียนพลาสท์

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองชวานเกา (SCHWANGAU) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. พาท่านถ่ายรูปบริเวณด้านหน้าของ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (NEUSCHWANSTEIN CASTLE) มหาปราสาทแห่งยุคกลาง ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของแคว้นบาวาเรียเลยที่เดียว โดยถูกสร้างขึ้นจากพระราชดำรัสของพระเจ้าลูทวิชที่ 2 ในปี 1864 ซึ่งปราสาทแห่งนี้นั้น โด่ดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบ นิโอโกธิคผสม โรมาเนสส์ จนทำให้เป็นต้นแบบของปราสาทในเทพนิยายของดิสนีย์ที่เราเห็นกัน หากมีเวลา พาท่านนั่งรถ Shuttle Bus เพื่อพาชมวิวมุมสูงของตัวปราสาท ที่บริเวณ สะพานมาเรียน (Marienbrücke) *หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยหรือมีเหตุใดอาจทำให้เกิดความอันตราย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่พาท่านขึ้น โดยยึดเอาความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญ*
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน นำแวะถ่ายรูปที่ สนามฟุตบอล อัลลิอันซ์ อารีนา (Allianz Arena) รังเหย้าของทีมสโมสรฟุตบอลดังอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ทีมยักษ์ใหญ่จากบุนเดสลีกาสนามฟุตบอลแห่งนี้สามารถจุผู้ชมได้มากว่า 75,000 คน ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศเยอรมัน ด้วยทุกสร้างกว่า 340 ล้านยูโร ด้วยรูปทรงเฉพาะ ชาวมิวนิคจึงมีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า Schlauchboot ซึ่งแปวว่าเรือยาง จากนั้น นำท่านเข้าสู่ตัว เมืองมิวนิค ให้ท่านได้อิสระที่บริเวณ จัตุรัสมารีนเพทส (Marienplatz) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น. อิสระท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม และของฝากตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น เมนูพิเศษ ขาหมูเสิร์ฟพร้อมเบียร์เยอรมันขนานแท้ ที่พัก Mercure Hotel Muenchen Ost Messe หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)
วันที่ 3

เมืองซาลบวร์ก • พระราชวังและสวนมิราเบล • จัตุรัสเรสซิเดนซ์ • บ้านเกิดโมซาร์ท • เซ็นท์วูฟกัง • เมืองฮัลล์สตัทท์

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านสู่เมืองบ้านเกิดของคีตกวีเอกที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของโลกนาม ว็อล์ฟกัง อมาเดอุส โมซาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) เมืองซาลบวร์ก (Salzburg) เมืองที่มีความหมายว่า ปราสาทเกลือ เนื่องด้วยสมัยก่อนนั้นเกลือถือเป็นวัตถุดิบล้ำค่า มีราคาเทียบเท่ากับทองคำ และที่นครแห่งนี้นั้นมีเหมืองเกลือขนาดใหญ่ ทำให้สภาพทางเศรษฐกิจในซาลบวร์กเฟื่องฟูมากที่สุดเมืองหนึ่งของยุโรปเลยทีเดียว (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.)
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน นำท่านชมความงามของ พระราชวังและสวนมิราเบล (Mirabell Palace and Gardens) สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1606 โดยเจ้าชายอาร์คบิชอป Wolf Dietrich ซึ่งรับสั่งให้สร้างพระราชวังขึ้นเพื่อ Salome Alt หญิงผู้เป็นที่รักของพระองค์ โดยคำว่ามิราเบล มาจากคำ 2 คำ คือ admirable ที่แปลว่าน่าชื่นชม และ คำว่า beautiful ที่แปลว่าสวย จึงมีความหมายโดยรวมว่า ความโสภาที่น่าอภิรมย์ ดั่งความโรแมนติกอันเป็นเหตุแห่งการสร้างพระราชวังแห่งนี้ ไฮไลท์ของพระราชวังแห่งนี้นั้นคือ ตัวสวนมิราเบล สวนที่ถูกจัดเป็นสไตล์บาโรค ที่ถูกรังสรรค์เพิ่มเติมจนแล้วเสร็จในปี 1690 เป็น 1 ในฉากถ่ายทำภาพยนต์เพลงชื่อก้องโลกอย่าง The Sound Of Music ที่ฉายในปี 1965 นำแสดงโดย จูลี่ แอนดรูว์ กับเพลงที่โด่งดังอย่าง “Do Re Mi” นำท่านเดินเล่นและแวะถ่ายรูปบริเวณถนนGetreidegasseที่มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์คือ บ้านเลขที่ 9 ซึ่งเป็นบ้านเกิดของโมซาร์ท ถัดไปนั้นเป็น จัตุรัสเรสซิเดนท์ (Residenzplatz) จัตุรัสที่รวมสถานที่สำคัญของเมือง ไม่ว่าจะเป็น อาสน์วิหารซาลบวร์ก พระราชวังเรสซิเดนท์ รวมไปถึง ประติมากรรม Sudliche Dombogen โดยจากตรงนี้ท่านจะสามารถเห็น ป้อมโฮเฮนซาลบวร์ก (Fortress Hohensalzburg) ได้อย่างชัดเจน หลังจากชมเมืองซาลบวร์กเสร็จสิ้นแล้ว โลกที่อยู่ท่ามกลางขุนเขาและทะเลสาบ ตั้งอยู่ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย มีประชากรไม่ถึง 1,000 คน แต่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนกว่า 800,000 คนต่อปี ด้วยทัศนียภาพตระการตา ที่ธรรมชาติและมนุษย์ร่วมกันประกอบขึ้นทำให้ เป็นสถานที่ที่เป็น The Must ของยุโรปตะวันออกเลยทีเดียว ให้ท่านอิสระในการซึมซับบรรยากาศของเมืองมรดกโลก ก่อนพาท่านชม เมืองเซ็นท์ วูฟกัง (St.Wolfgang) อีกหนึ่งเมืองที่มีทะเลสาบที่สวย และยังเป็นเมืองตากอากาศที่เลื่องชื่อของประเทศอีกด้วย ให้ท่านได้ผ่อนคลายอริยบทกับธรรมชาติและสถาปัตยกรรมที่อยู่กันอย่างกลมกลืนและลงตัว **หากพักที่ฮัลล์ตัทท์ จะพาท่านเที่ยวที่เซ็นท์วูฟกังก่อน แต่หากพักที่เซ็นท์วูฟกัง จะพาท่านเที่ยวฮัลสตัทท์ก่อน**
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น พร้อมเมนูปลาเทร้าช์ ที่พัก SCALARAIA / Heritage Hotel Hallstatt หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)
วันที่ 4

เชสกี้ครุมลอฟ • ปราก • สะพานชาร์ล • ย่านเมืองเก่า • นาฬิกาดาราศาสตร์

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้น มุ่งหน้าสู่ สาธารณรัฐเช็ก เมืองเช้สกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) ไข่มุกแห่งโบฮิเมียน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.) เป็นอีกเมืองสวยที่พลาดไม่ได้ ด้วยเอกลักษณ์ที่บ้านเรือนมีหลังคาสีส้ม มีแม่น้ำวอลตาว่าพาดผ่านเป็นรูปคล้ายๆ หยดน้ำ ทำให้เกิดภูมิทัศน์ที่งดงาม พาท่านชม ปราสาทเช้สกี้ ครุมลอฟ ด้านนอก ปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งถือว่าใหญ่มากหากเทียบกับขนาดเมืองนอกจากนั้นเมืองนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1992 อีกด้วย
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น เมนูเป็ดโบฮีเมี่ยน จากนั้น นำท่านสู่เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็กเมืองปราก(Prague) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.3 ชม.) ชมเสน่ห์ที่หลายคนยกย่องว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดของยุโรปตะวันออก ด้วยความเก่าแก่ของสถาปัตยกรรม ยิ่งทำให้ปรากเป็นดั่งเมืองที่ถูกหยุดเวลาไว้นับตั้งแต่ยุคกลาง นำท่านชม สะพานชาร์ล (Charle Bridge) สะพานหลักสุดคลาสสิคที่โด่งดังที่สุดของเมืองเชื่อมฝั่งเมืองเก่าและเมืองใหม่ที่ถูกแบ่งด้วยแม่น้ำวอลตาว่าเข้าด้วยกัน สะพานแห่งนี้เริ่มก่อสร้างในปี 1357 ใช้เวลาในการสร้างมากกว่า 100 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ เดิมทีชื่อว่า Stone Bridge หรือ Prague Bridgeและมาเปลี่ยนชื่อมาเป็นสะพานชาลส์ ในปีค.ศ. 1870 ตัวสะพานมีความยาว 621 เมตร และมีความกว้างเกือบ 10 เมตร เป็น 1 ในมุมถ่ายรูปที่ท่านต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง ไม่ไกลกันจะพบกับ ย่านเมืองเก่า (Old Town Square) ที่มีไฮไลท์สำคัญของย่านนี้นั่นคือ การชมนาฬิกาดาราศาสตร์เมืองปราก ซึ่ง ถือเป็นนาฬิกาดาราศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังทำงานได้อยู่ ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1410 ในทุกๆ ต้นชั่วโมงนั้นจะมีตุ๊กตากลพระสาวกพระเยซูทั้ง 12 ท่านปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงระฆัง ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 ในทุกวันบริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งของ Church of Our Lady before Týn ถือเป็นโบสถ์หลักของย่านเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมันเนสในตอนต้น ก่อนมีการผสมรูปแบบกอธิคในอีก 3 ศตวรรษต่อมา ภายในโบสถ์มีไปป์ออร์แกนที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงปราก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1673
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารจีน ที่พัก Hotel Duo หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)
วันที่ 5

ปราก • ปราสาทปราก • โบสถ์เซ็นท์วีตัส • ถนน Golden Lane • Fashion Outlet Parndorf • บราทิสลาวา

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านชม ปราสาทลำดับที่ 1 ของประเทศ ที่ ปราสาทปราก (Prague Castle) มหาปราสาที่สร้างมากว่า 1,200 ปี Guinness World Records ได้บันทึกไว้ว่า เป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ถึง 70,000 ตารางเมตร เคยเป็นที่ประทับของบรรพกษัตริย์ของชาวโบฮิเมียน ปัจจุบันใช้เป็นทำเนียบประธานาธิบดี สูงเด่นตระหง่านอยู่บนเขาทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำวอลตาว่า ภายในบริเวณปราสาทนั้นมีสิ่งปลูกสร้างมากมายประหนึ่งเมืองๆ หนึ่ง อาทิ อาสน์วิหารนักบุญวีตัส (St. Vitus Cathedrals) โบสถ์คริสต์แห่งแรกของปราก สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 870 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่นักบุญวีตัส ผู้สละชีวิตในช่วงยุคโรมันราวปี 303 ก่อนที่พระเจ้าคอนสแตนตินจะประกาศตนเป็นคริสศาสนิกชน โบสถ์ให้นี้ใช้เวลาในการสร้างกว่า 600 ปี ภายในจะประดับด้วยกระจกสีและ Rose Window หน้าต่างที่ออกแบบให้เป็นรูปคล้ายกับดอกกุหลาบ จากนั้นไปชมอีก 1 จุดที่สวยไม่แพ้กัน นั่นคือ ถนนทองคำ (Golden Lane) โดยสาเหตที่ได้ชื่อว่าถนนทองคำนั้น เนื่องจากบริเวณนี้นั้นเป็นที่พำนักของเหล่าช่างทองที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในช่วงที่มีการเล่นแร่แปรธาตุกัน แต่ลักษณะของบ้านเรือนสีลูกกวาดสดใสและฉูดฉาดที่ท่านจะเห็นในปัจจุบันนั้น มาจากพระราชดำรัสของพระนางมาเรีย เทเรซ่า ที่โปรดบูรณะให้มีความสวยงาม
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น จากนั้น นำท่านสู่ Fashion Outlet Parndorf (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.) พรีเมี่ยมเอ้าท์เลทที่ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมอย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา ก็มีให้ได้เลือกสรร (เอ้าท์เลทปิดวันอาทิตย์ หากโปรแกรมตรงกับวันอาทิตย์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมเป็น PREMIUM OUTLET BUDAPEST แทน)
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ที่พัก Hotel Bratislava Hotel and Congress Centre หรือ เทียบเท่าระดับ 4 ดาว (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)
วันที่ 6

บราทิสลาวา • ปูดาเปสต์ • จัตุรัสวีรบุรุษ • สะพานเชน • คาสเทิลฮัลล์ • มหาวิหารเซ็นท์สตีเฟ่น • ล่องเรือแม่น้ำดานูบพร้อมแชมเปญ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้น นำท่านมุ่งหน้าไปสู่ สาธารณะรัฐสโลวัก (Slovak Republic) ที่เมืองหลวง ให้ท่านแวะถ่ายรูปกับ ปราสาทบราทิสลาว่า (Bratislava Castle) ด้านนอก ปราสาทสำคัญของเมือง ในอดีตเคยถูกใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์ฮังการี และเป็นป้อมปราการด่านสำคัญที่ไว้สำหรับป้องกันข้าศึกที่จะมารุกรานอาณาจักรออสเตรีย-ฮังการี ด้วยความได้เปรียบทางด้านยุทธศาสตร์จากการที่ตัวปราสาทตั้งอยู่บนสูง จึงส่งผลให้ท่านจะได้ชมวิวที่สวยงดงามยามเย็นที่แม่น้ำดานูบทอดยาว ปัจจุบันถูกใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาล จากนั้น นำท่านสู่ เมืองบูดาเปสต์ (Budapest) ประเทศฮังการี อีก 1เมืองงามที่ ถูกขนานนามว่าเป็นปารีสแห่งยุโรปตะวันออก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.) ด้วยประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน หล่อหลอมศิลปะ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นและผสมผสานกันอย่างลงตัว แต่เดิมนั้น บูดาเปสต์แบ่งออกเป็น 2 เมือง คือ เมืองบูดา (Buda) และเมืองเปสต์ (Pest) โดย มีบูดาเป็นเขตเมืองหลวง ต่อมาได้มีการขยายเมือง แต่บูดานั้นมีพื้นที่เขาเป็นส่วนมาก ทำให้ขยายเขตเมืองได้ยาก ผิดกับฝั่งเปสต์ ที่เป็นพื้นที่ราบกว้างขวาง ทำให้เกิดการรวมเมืองกัน นำท่านชม จัตุรัสวีรบุรุษ (Hero Square) อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ของเหล่าบรรพชนหัวหน้าเผ่าแม็กยาร์ทั้ง 7 ที่ได้รวมกับสร้างอาณาจักรฮังการีภายใต้การนำของเจ้าชายอาปาร์ด ในปี 896 รวมไปถึงบุคคสำคัญและกษัตริย์ในอดีต ตรงกลางยังมีรูปปั้นเทพแกเบรียล(Gabriel)เทพของกรีกโบราณซึ่งเชื่อกันว่าเป็นอัครทูตสวรรค์ผู้นำสารจากพระเจ้าซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บน Millennium Monument ที่มีความสูงถึง 36 เมตร
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารไทย แวะถ่ายรูปกับ สะพานเชน (Chain Bridge) 1 ใน 4 สะพานใหญ่ข้ามแม่น้ำดานูบ ที่มีสัญลักษณ์ที่เป็นจุดเด่นคือรูปปั้นสิงโต พาท่านชมความงามของกลุ่มอาคารบน คาลเทิล ฮิลล์ (Castle Hill) เนินเขาริมแม่น้ำดานูบอันเป็นที่ตั้งของ พระราชวังบูดา โบสถ์แมนทิอัส และ ป้อมชาวประมง เรียงกันไปตามแนวเขา ปราสาทบูดา (Buda Castle) ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในปี 1265 ในสมัยของพระเจ้าเบล่าที่ 4 ของราชวงศ์อาปาร์ด สำหรับตัวปราสาทที่ท่านจะเห็นนั้น จะเป็นการสร้างแบบบาโรก ระหว่างปี 1749 และ 1769 ถือเป็นพระราชวังหลวงของพระราชวงศ์ทั้งหมดของฮังการี ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นหอศิลป์แห่งชาติและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ พาท่านชมบริเวณโดยรอบของ ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) และ โบสถ์แมนทิอัส Mantius Church) ตัวโบสถ์ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมานเนสส์สร้างตั้งแต่ในปี 1015 และได้รับการบูรณะด้วยศิลปะโกธิคในช่วงศตวรรษที่ 14 ถือเป็น 1 ใน 7 มหาศาสนสถาน ในยุคกลางของฮังการี ท่านจะได้ดื่มด่ำกับวิวของแม่น้ำดานูบและอาคารของฝั่งเปสต์ ที่มีไฮไลท์สำคัญ เด่นตระหง่านกว่าอาคารอื่นๆ นั่นคือ อาคารรัฐสภาของประเทศฮังการี (Hungarian Parliament) จากนั้น พาชม มหาวิหารเซ็นท์สตีเฟ่น (St. Stephen's Basilica) มหาวิหารที่ตั้งตามชื่อของกษัตริย์นักบุญผู้เป็นปฐมกษัตริย์แห่งฮังการี เริ่มสร้างในปี 1851 เสร็จในปี 1905 จุดเด่นของโบสถ์แห่งนี้คือ หลังคาโดมที่อาคารหลักที่มีความสูงถึง 96 เมตร เท่ากับอาคารรัฐสภา ซึ่งถึงว่าเป็นอาคารที่สูงที่สุดของบูดาเปสต์ เนื่องจากได้มีกฎหมายว่าห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างที่สุงเกิน 96 เมตร นั่นเอง พิเศษ !!!! นำท่าน ล่องเรือดื่มด่ำบรรยากาศที่สวยงามของแม่น้ำดานูบ (DANUBE CRUISE) พร้อมกับเครื่องดื่มสุดพิเศษท่านละ 1 แก้ว (NON ALCOHOL) ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลกด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำ ระหว่างล่องเรือท่านจะได้เห็นอาคารรัฐสภาฮังการี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงามและไม่ควรพลาด ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของฮังการี อาคารรัฐสภาตั้งโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำดานูบ
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร เมนูกูลาร์ช อาหารท้องถิ่นที่ห้ามพลาด *เป็นซุปเนื้อ หรือ หมู กับมันฝรั่ง เติมรสชาติเอกลักษณ์พิเศษด้วยพริกปราปิก้า ที่พัก Danubius Hotel Arena หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)
วันที่ 7

บูดาเปสต์ • เวียนนา • พระราชวังและสวนเชินน์บรุน • ถนนคาร์ทเนอร์ • สนามบินนานาชาติกรุงเวียนนา

เช้า บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านมุ่งหน้าสู่ กรุงเวียนนา (Vienna) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.) เมืองหลวงของออสเตรีย และดนตรีคลาสสิค เป็นเมืองที่โมสาร์ทมาพำนักในยุคที่รุ่งเรืองของชีวิต พาท่านเข้าชม พระราชวังและสวนเชินน์บรุน (Palace and Gardens of Schonbrunn) พระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับส์บวร์ค สร้างแบบบาโรก คำว่าเชินน์บรุน นั้น มีความหมายว่า น้ำพุร้อนอันแสนสวยงาม โดยมีการริเริ่มสร้างในช่วงปี ค.ศ. 1569 ตัวอาคารในปัจจุบันนั้นสร้างและต่อเติมในสมัยของพระนางมาเรีย เทเรซ่า โดยมีพระราชประสงค์ให้มีความยิ่งใหญ่และสวยงามทัดเทียมพระราชวังแวร์ซายน์ของราชวงศ์บูร์บง และด้วยพระองค์ทรงโปรดสีเหลืองมากจึงได้มีการใช้สีเหลืองโทนพิเศษตกแต่งด้านนอกของพระราชวัง และต่อมาสีเหลืองโทนนี้นั้นจึงได้ชื่ออย่างเป็นทางการว่าสีเหลืองเทเรซ่า
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น เมนู พิเศษ Sacher Cake เค้กสุดคลาสสิคของเวียนนา นอกจากนั้นยังมีศาสนสถานที่สำคัญบนถนนแห่งนี้อีกแห่งหนึ่ง คือ อาสนวิหารสเตฟาน (St. Stephen's Cathedral) โบสถ์เก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่ปี 1160 ตัวอาสนวิหารสร้างด้วยหินปูนมีความยาว 107 เมตร กว้าง 70 เมตร และ สูง 136.7 เมตร มีระฆังทั้งหมด 23 ใบ ใบใหญ่ที่สุดชื่อว่า ระฆังพุมเมริน ที่มีน้ำหนักถึง 20,130 กิโลกรัม ถือเป็นระฆังแบบแกว่งที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรีย และเป็นอันดับ 2 ของยุโรป รองจากระฆังปีเตอร์ ของเยรมันเท่านั้น กล่าวกันว่าบิโทเฟ่นรู้ตัวว่าตนสูญเสียการได้ยิน เพราะว่าเมื่อหันมองไปบนอาสนวิหารแห่งนี้แล้วเห็นนกบินออกจากหอระฆังแต่กลับไม่ได้ยินเสียงระฆังเหมือนเคย จากนั้น พาท่านสู่ ถนนคนเดินแห่งแรกๆ ของยุโรป ที่ ถนนคาร์ทเนอร์ (Kartner Street) ที่มีมาตั้งแต่ในสมัยโรมัน เป็น 1 ใน ถนนที่มุ่งสู่กรงโรมในสมัยนั้น เป็นที่รู้จักกันในชื่อของ Strata Carinthianorum ก่อนจะถูกพัฒนามาเป็นถนนสายช้อปปิ้งในช่วงศตวรรษที่ 19 แม้อาคารบ้านเรือนส่วนมากจะถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ทางการก็ได้สร้างตึกรามบ้านช่องที่รูปแบบเดิม เพื่อคงเสน่ห์แห่งถนนสายนี้ไว้อย่างสมบูรณ์ นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติกรุงเวียนนา เพื่อทำการเช็คอิน และทำคืนภาษี (TAX REFUND)
21.55 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบิน เที่ยวบินที่ EK126 **บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง **
วันที่ 8

สนามบินดูไบ • สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ

06.35 น. ถึง สนามบินนานาชาติดูไบ ให้ท่านผ่อนคลายอริยบทระหว่างรอเวลาเปลี่ยนเครื่อง
09.30 น. เดินทางสู่อากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตต์ เที่ยวบินที่ EK 372
18.40 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม
มื้ออาหาร
วันที่ เช้า กลางวัน ค่ำ
1
2
3
4
5
6
7
8
รายละเอียดและเงื่อนไข

เงื่อนไขการสำรองที่นั่งและการยกเลิกทัวร์
การจองทัวร์ :
•    กรุณาจองทัวร์ล่วงหน้า ก่อนการเดินทาง พร้อมชำระมัดจำ 40,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระทันทีก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน มิฉะนั้นถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ (ช่วงเทศกาลกรุณาชำระก่อนเดินทาง 45 วัน)
กรณียกเลิก : (จอยกรุ๊ป)
•    ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน บริษัทฯ จะคืนเงินค่ามัดจำให้ทั้งหมด ยกเว้นในกรณีวันหยุดเทศกาล, วันหยุดนักขัตฤกษ์ ยกเลิกก่อนการเดินทาง 60 วัน จะคืนเงินค่ามัดจำให้ทั้งหมด 
•    ยกเลิกน้อยกว่า 45 วัน ก่อนการเดินทาง หักค่าทัวร์ 50%จากราคาขาย และยึดเงินมัดจำทั้งหมดไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
•    ยกเลิกน้อยกว่า 30 วัน ก่อนการเดินทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เก็บเงินค่าทัวร์ทั้งหมดไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
กรณียกเลิก : (ตัดกรุ๊ป)
•    ยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางต้องทำก่อนการเดินทาง 60 วัน บริษัทฯจะคืนเงินค่ามัดจำให้ทั้งหมด ยกเว้นในกรณีวันหยุดเทศกาล,วันหยุดนักขัตฤกษ์ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ยึดเงินมัดจำโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น
•    ยกเลิกการเดินทางภายใน 60 วัน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ยึดเงินมัดจำโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น
•    ยกเลิกการเดินทางหลังชำระเต็มจำนวนทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เก็บเงินค่าทัวร์ทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น
กรณีเจ็บป่วย :
•    กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อน การเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไป แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางได้ตามความเป็นจริง
•    ในกรณีเจ็บป่วยกะทันหันก่อนล่วงหน้าเพียง 7 วันทำการ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกกรณี
กรณีวีซ่าที่ท่านยื่นไม่ผ่านการพิจารณาและคณะสามารถออกเดินทางได้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้
•    ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าและค่าดำเนินการตามจริง ทางสถานทูตจะไม่คืนค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้นแม้ว่าจะ ผ่านหรือไม่ผ่านการพิจารณา 
•    ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือตั๋วเครื่องบินที่ออกมาจริง ณ วันยื่นวีซ่า ซึ่งตั๋วเป็นเอกสารที่สำคัญในการยื่นวีซ่า หากท่านไม่ผ่านการพิจารณา ตั๋วเครื่องบินถ้าออกตั๋วมาแล้วจะต้องทำการ REFUND โดยจะมีค่าธรรมเนียมที่ท่านต้องถูกหักบางส่วน และส่วนที่เหลือจะคืนให้ท่านภายใน 45-60 วัน(ตามกฎของแต่ละสายการบิน) ถ้ายังไม่ ออกตั๋วท่านจะเสียแต่ค่ามัดจำตั๋วตามจริงเท่านั้น 
•    ค่าห้องพักในทวีปยุโรป ถ้าคณะออกเดินทางได้ และท่านไม่ผ่านการพิจารณาวีซ่า ตามกฎท่านจะต้องโดนค่ามัดจำห้องใน 2 คืนแรกของการเดินทางหากท่านไม่ปรากฏตัวตามวันที่เข้าพัก ทางโรงแรมจะต้องยึดค่าห้อง 100% ในทันที ทางบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบ และมีเอกสารชี้แจงให้ท่านเข้าใจ 
•    หากท่านผ่านการพิจารณาวีซ่า แล้วยกเลิกการเดินทางทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยึดค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% 
•    ทางบริษัทเริ่มต้น และจบ การบริการ ที่สนามบินสุวรรณภูมิกรณีท่านเดินทางมาจากต่างจังหวัด หรือ ต่างประเทศ และจะสำรองตั๋วเครื่องบิน หรือพาหนะอย่างหนึ่งอย่างใดที่ใช้ในการเดินทางมาสนามบิน ทางบริษัท จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากโปรแกรมการเดินทางของบริษัท ฉะนั้น ท่านควรจะให้กรุ๊ป FINAL 100% ก่อนที่จะสำรองยานพาหนะ

อัตราค่าบริการรวม
-ตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด Economy Class ไป -กลับพร้อมกรุ๊ป
-ที่พักโรงแรมตามรายการ พักห้องละ 2-3 ท่าน (กรณีที่โรงแรมไม่มีห้องพักสำหรับ 3 ท่าน ลูกค้าจะต้องเพิ่มเงินเป็นห้องพักห้องเดี่ยว)
-อาหารตามรายการระบุ(สงวนสิทธิในการสลับมื้อหรือเปลี่ยนแปลงเมนูอาหารตามสถานการณ์) 
-ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการระบุ
-ค่าระวางน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 20  กก.ต่อ 1 ใบ (โหลดได้ท่านละ 1 ใบ) กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง Hand Carry 7 กก.ต่อ 1 ใบ (ทั้งนี้หากสายการบินมีการแจ้งเปลี่ยนแปลงในเรื่องของน้ำหนักกระเป๋า การสะสมไมล์ หรืออื่นใดที่เป็นประกาศจากสายบิน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยึดตามการเปลี่ยนแปลงตามประกาศนั้นๆ)
-ค่ารถโค้ชนำเที่ยวตามรายการระบุ (กฎหมายในยุโรปไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน)
-ค่าน้ำดื่มบนรถวันละ 1 ขวด/ท่าน
-ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าเชงเก้น สถานฑูตจะไม่คืนค่าวีซ่าให้ท่านไม่ว่าจะผ่านการพิจารณาหรือไม่ก็ตาม
กรณีมีวีซ่าแล้ว จะคืนเงินให้ท่าน 4,000 บาท
-ค่าไกด์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์นำเที่ยวตามรายการ
-ประกันโควิด-19 วงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 50,000 USD
-ประกันอุบัติเหตุวงเงิน 2,000,000 บาท (เป็นไปเงื่อนไขตามกรมธรรม์) 
เงื่อนไขประกันการเดินทาง  ค่าประกันอุบัติเหตุและค่ารักษาพยาบาล คุ้มครองเฉพาะกรณีที่ได้รับอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ไม่คุ้มครองถึงการสูญเสียทรัพย์สินส่วนตัวและไม่คุ้มครองโรคประจำตัวและปัญหาสุขภาพอื่นๆของผู้เดินทาง
-ภาษีน้ำมันและภาษีตั๋วทุกชนิด(สงวนสิทธิเก็บเพิ่มหากสายการบินปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง)

อัตราค่าบริการไม่รวม
-ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ
-ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มพิเศษ,โทรศัพท์-โทรสาร,อินเตอร์เน็ต,มินิบาร์,ซักรีดที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
-ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน,อุบัติภัยทางธรรมชาติ,การประท้วง,การจลาจล,การนัดหยุดงาน,การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกและเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัทฯ
-ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
**ทิปหัวหน้าทัวร์/ไกด์ท้องถิ่น/คนขับรถ ไม่บังคับ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน**